ข้ามไปเนื้อหาหลัก
YagiLab
ระดับกลาง7 นาที

ESP32, STM32, RP2040 ต่างกันยังไง

ชิปสามตระกูลที่อยู่ในสินค้าของเรา แต่ละตัวเก่งคนละอย่าง และเลือกใช้ตอนไหน

สินค้าในร้านนี้ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์สามตระกูล ไม่ใช่เพราะผู้ผลิตเลือกมั่ว แต่เพราะแต่ละตัวเหมาะกับงานคนละแบบ

ESP32-S3: เมื่องานต้องต่อเน็ต

จุดขายคือ Wi-Fi กับ Bluetooth LE มาในชิปเดียว บวกกับ PSRAM ที่ทำให้จองบัฟเฟอร์ใหญ่ ๆ สำหรับจอสีหรือเสียงได้สบาย ข้อแลกเปลี่ยนคือกินไฟมากกว่าเพื่อน โปรเจกต์ที่ใช้แบตก้อนเล็กแล้วต้องอยู่เป็นเดือนไม่เหมาะกับตัวนี้

STM32WB55: เมื่อแบตต้องอยู่ทั้งสัปดาห์

ชิปนี้มีสองคอร์ Cortex-M4 รันโปรแกรมของคุณ ส่วน Cortex-M0+ ดูแลงานวิทยุแยกต่างหาก การแบ่งแบบนี้ทำให้จังหวะเวลาของวิทยุไม่โดนโค้ดฝั่งแอปรบกวน และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Flipper Zero อยู่ได้เป็นสัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

RP2040: เมื่อจังหวะเวลาต้องเป๊ะ

RP2040 ไม่มีวิทยุเลย แต่มีของที่ตัวอื่นไม่มีคือ PIO ซึ่งเป็นสเตตแมชชีนขนาดเล็กที่สร้างสัญญาณตามจังหวะที่กำหนดได้เองโดยไม่รบกวน CPU นี่คือเหตุผลที่บอร์ดเล็ก ๆ ตัวนี้ส่งภาพออกจอผ่าน DVI ได้ ทั้งที่ไม่มีวงจรวิดีโอเฉพาะ

เลือกยังไง

  • ต้องต่อ Wi-Fi หรือ BLE — ESP32
  • ใช้แบตและต้องอยู่นาน — STM32
  • ต้องสร้างสัญญาณจังหวะแม่นยำ เช่น วิดีโอหรือ LED จำนวนมาก — RP2040
  • เพิ่งเริ่ม อยากได้ตัวอย่างโค้ดเยอะที่สุด — ESP32
ชิปจุดเด่นอยู่ในสินค้าตัวไหน
ESP32-S3Wi-Fi และ BLE ในตัว หน่วยความจำเยอะ ราคาถูกT-Embed CC1101, Cardputer ADV, Stick S3
STM32WB55กินไฟต่ำมาก มีคอร์แยกจัดการวิทยุFlipper Zero
RP2040PIO สร้างสัญญาณจังหวะแม่นยำได้เองVideo Game Module

บทความเหล่านี้เขียนเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และเขียนบนสมมติฐานว่าคุณทดสอบกับอุปกรณ์ของตัวเองหรืออุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

อ่านต่อ