สินค้าในร้านนี้ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์สามตระกูล ไม่ใช่เพราะผู้ผลิตเลือกมั่ว แต่เพราะแต่ละตัวเหมาะกับงานคนละแบบ
ESP32-S3: เมื่องานต้องต่อเน็ต
จุดขายคือ Wi-Fi กับ Bluetooth LE มาในชิปเดียว บวกกับ PSRAM ที่ทำให้จองบัฟเฟอร์ใหญ่ ๆ สำหรับจอสีหรือเสียงได้สบาย ข้อแลกเปลี่ยนคือกินไฟมากกว่าเพื่อน โปรเจกต์ที่ใช้แบตก้อนเล็กแล้วต้องอยู่เป็นเดือนไม่เหมาะกับตัวนี้
STM32WB55: เมื่อแบตต้องอยู่ทั้งสัปดาห์
ชิปนี้มีสองคอร์ Cortex-M4 รันโปรแกรมของคุณ ส่วน Cortex-M0+ ดูแลงานวิทยุแยกต่างหาก การแบ่งแบบนี้ทำให้จังหวะเวลาของวิทยุไม่โดนโค้ดฝั่งแอปรบกวน และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Flipper Zero อยู่ได้เป็นสัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
RP2040: เมื่อจังหวะเวลาต้องเป๊ะ
RP2040 ไม่มีวิทยุเลย แต่มีของที่ตัวอื่นไม่มีคือ PIO ซึ่งเป็นสเตตแมชชีนขนาดเล็กที่สร้างสัญญาณตามจังหวะที่กำหนดได้เองโดยไม่รบกวน CPU นี่คือเหตุผลที่บอร์ดเล็ก ๆ ตัวนี้ส่งภาพออกจอผ่าน DVI ได้ ทั้งที่ไม่มีวงจรวิดีโอเฉพาะ
เลือกยังไง
- ต้องต่อ Wi-Fi หรือ BLE — ESP32
- ใช้แบตและต้องอยู่นาน — STM32
- ต้องสร้างสัญญาณจังหวะแม่นยำ เช่น วิดีโอหรือ LED จำนวนมาก — RP2040
- เพิ่งเริ่ม อยากได้ตัวอย่างโค้ดเยอะที่สุด — ESP32
| ชิป | จุดเด่น | อยู่ในสินค้าตัวไหน |
|---|---|---|
| ESP32-S3 | Wi-Fi และ BLE ในตัว หน่วยความจำเยอะ ราคาถูก | T-Embed CC1101, Cardputer ADV, Stick S3 |
| STM32WB55 | กินไฟต่ำมาก มีคอร์แยกจัดการวิทยุ | Flipper Zero |
| RP2040 | PIO สร้างสัญญาณจังหวะแม่นยำได้เอง | Video Game Module |
บทความเหล่านี้เขียนเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และเขียนบนสมมติฐานว่าคุณทดสอบกับอุปกรณ์ของตัวเองหรืออุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น